สื่องานวิจัยเพื่อท้องถิ่น หนังสือ จดหมายข่าวงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น สื่อ Multimedia Gallery รบบรวมรูปภาพ Gallery รบบรวมรูปภาพ
 
     

 
 
 

ปีที่ 15 ฉบับที่ 6
พ.ย - ธ.ค 2557


เวทีฟอรั่ม การอ่านยโสธร
เวทีเปลี่ยนความคิด สร้างอิสระแห่งการเรียนรู้ : สตูล
บทเรียนความสำเร็จ : กลไกเครือข่ายยุติธรรมชุมชนสู่สังคมเป็นสุข
 
ห้องสมุดงานวิจัย สกว.
ฐานข้อมูลนักวิชาการประเทศไทย
 
ท่องเที่ยววิถีไทย
ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นนครศรีธรรมราช
ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นนราธิวาส
การท่องเที่ยวโดยชุมชน
งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคอีสาน
ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจ.สมุทรสงคราม
 
 




 

 


 
เมื่อชาวเภสัชคว้าปากกามาขีดเขียนเรื่องเล่า
 

 

 กชกร  ชิณะวงศ์

 

ทันทีที่ได้รับคำเชิญจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้ไปเป็นวิทยากรในการอบรมการเขียนเรื่องเล่า ใจหนึ่งก็รู้สึกประหลาดใจ  เพราะโดยส่วนตัวไม่ค่อยได้สัมผัสหรือรู้จักกับคนในแวดวงหมอยาสักเท่าไหร่  แต่อีกใจก็มองว่าเป็นโอกาสที่จะได้เข้าไปรับรู้ เรียนรู้ ว่าหมอยาทั้งหลายจะหยิบเอาอะไรมาเขียนที่นอกเหนือจากเรื่องของยา ยา ยา   ในที่สุดก็ตอบรับคำเชิญ โดยมีเพื่อนร่วมทีม ที่รู้มือกันดี ไม่ว่าจะเป็น “คุณชีวัน  ขันธรรม” ที่พักหลัง มักจะถูกเรียกว่าอาจารย์ต๋อง อยู่บ่อยๆ  คนที่สองคือ “คุณกาญจนา ทองทั่ว” สำหรับคนหลังเป็นอาจารย์มานมนานแล้ว ลูกศิษย์ลูกหามากมาย  เราในฐานะอาจารย์สมัครเล่น เลยขออาศัยติดสอยห้อยตามอาจารย์ทั้งสองท่านไปเรียนรู้ร่วมกัน ณ  จีรัง เฮลธ์ วิลเลจ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่  เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา

ก้าวแรกเมื่อเดินเข้าสู่ จีรัง เฮลธ์ วิลเลจ  เราจะสัมผัสได้ถึงความสดชื่น กลิ่นไม้หอมที่ปลูกไว้ในบริเวณโรงแรม ทำให้ผ่อนคลายยิ่งนัก  โรงแรมตกแต่งด้วยกระเบื้องดินเผา ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติ  เขาว่ากันว่าโรงแรมแห่งนี้เน้นเรื่องการดำรงชีวิตให้อยู่กับวิถีธรรมชาติ อยากให้แขกที่มาพักสัมผัสกับธรรมชาติจริงๆ อาหารก็เน้นเป็นข้าวกล้อง มังสวิรัติ น้ำสมุนไพร   ...ลองหลับตานึกภาพตัวเองนั่งอยู่บนยอดดอยสูง ลมพัดชิว ชิว จิบชาสมุนไพรร้อนๆ  ปล่อยใจให้เพลินเพลินไปกับสีเขียวๆ ของต้นไม้ และสีส้มสดของดอกเสี้ยว ที่มองคราใดก็นึกอยากจะหยิบพู่กันมาสะบัดเป็นภาพเก็บไว้ในความทรงจำ  เพียงเกริ่นให้เห็นภาพ หลายคนคงอยากมาเยือนที่นี่   ไม่ยากเลย เพราะการเดินทางแสนสะดวกสบาย เป็นเส้นทางผ่านไปสู่แหล่งท่องเที่ยวหลายแห่งในอำเภอแม่ริม ทั้งคุ้มเสือ  โรงเรียนฝึกลิง  ฟาร์มงู  ฟาร์มผีเสื้อและสวนกล้วยไม้  น้ำตกแม่สา   ....งานนี้ไม่ต้องกลัวหลง

ความรู้สึกแรกเมื่อเดินเข้าห้องประชุม เรารู้สึกประหม่า  อาจด้วยว่าไม่คุ้นเคย  แต่ความอบอุ่นของห้องประชุม ที่เรียกได้ว่าสวยงามมากๆ  อยากจะล้มตัวลงนอนกับหมอนอิงสีอบอุ่น ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย   จังหวะที่กำลังเตลิดเปิดเปิงกับความคิดของตัวเอง  ก็มีเสียงกล่าวต้อนรับคณะวิทยากรดังขึ้น  จนเริ่มรู้ตัวว่าเวลาทำงานกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว       เราเลือกนั่งบนเบาะนุ่มๆ ด้านหน้าสุด   กิจกรรมของวันนี้ เริ่มต้นด้วยกิจกรรมสัมพันธ์ ที่จะทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้รู้จักกันมากขึ้น กติกาคือ ให้แต่ละคนบอกชื่อ สถานที่ทำงาน  และสรุปความสั้นๆ ของความเป็นตัวเอง   จากนั้นเล่นเกม “ปลากราย ปลาเนื้ออ่อน” ต่อด้วยเกมทายชื่อคน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ แข่งกับเวลา.....เรียกเสียงสนุกสนานได้ท่วมท้นทีเดียว   หอมปากหอมคอกับกิจกรรมสัมพันธ์ ก็เข้าสู่ช่วงเวลาของสาระกันบ้าง   .....

ปฏิบัติการฝึกอบรมการเขียนเรื่องเล่า  เริ่มต้นด้วยกิจกรรม “สถานีเรื่องเล่า”  โดยมีเป้าหมายเพื่อดูความคิดเบื้องหลังและเช็คความเข้าใจของผู้เข้าร่วมที่มีต่อการเขียนเรื่องเล่า  มีโจทย์ของทั้ง 4 สถานี ดังนี้  สถานีที่ 1  ถามว่าเรื่องเล่าคืออะไร ?  สถานีที่ 2 หัวใจของการเขียนเรื่องเล่าคืออะไร? สถานีที่ 3 จะนำเอาเรื่องเล่าไปใช้ประโยชน์อย่างไร? และสถานีที่ 4  ความคาดหวังของการมาอบรมครั้งนี้     วิธีการคือแบ่งกลุ่มคนออกเป็น 4 สถานี จากนั้นกำหนดเวลาให้คิดและเขียนลงในกระดาน สถานีละ 3 นาที    เมื่อหมดเวลา ให้หมุนเวียนสถานี จนครบสี่สถานี  จากนั้นหาตัวแทนแต่ละกลุ่มนำเสนอ   สิ่งที่เห็นจากกิจกรรมนี้ ทำให้เห็นความคิดของผู้เข้าร่วมที่มีใจอยากเป็นนัก(อยาก)เขียน  อยากฝึกเขียน และเชื่อมโยงไปถึงการเปิดตัวเองให้ได้ลองทำงานเขียน ซึ่งเป็นงานที่ท้าทาย  ไม่ซ้ำซากจำเจกับงานประจำเดิมๆ    บางคนคิดถึงขั้นว่าจับพลัดจับพลูอาจจะได้เป็นนักเขียนมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย 

กิจกรรมที่ 2  หลักการเขียนเรื่องเล่า (ภาคทฤษฎี)  โดยอาจารย์ต๋อง มาให้เนื้อหาเกี่ยวกับการเขียนเรื่องเล่า ตั้งแต่นิยามการเขียนเรื่องเล่า ที่เป็นการเขียนเกี่ยวกับประสบการณ์ส่วนตัวหรือเรื่องที่น่าสนใจ   ซึ่งการเขียนเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นจริงอาจจะไม่ต้องวางโครงเรื่องอย่างรัดกุมเช่นเดียวกับการเขียนประเภทอื่น  อาจจะกำหนดโครงเรื่องอย่างง่ายๆ เริ่มต้นจาก คำนำ หัวข้อเรื่องหรือลำดับเหตุการณ์ จนถึงบทสรุป  หัวใจสำคัญคือจะเขียนอย่างไรจึงจะสามารถเล่าสิ่งที่ต้องการให้ดีที่สุดเท่านั้น  นอกจากนั้นก็จะเป็นการพูดถึงจุดประสงค์ของการเขียนเรื่องเล่า  ลักษณะของเรื่องเล่าที่ดี  ไปจนกระทั่งถึงวิธีการเขียนเรื่องเล่า  ในส่วนของรายละเอียดเชิญติดตามอ่านได้จากไฟล์ที่แนบมานี้

กิจกรรมที่ 3 เขียนเรื่องเล่าไม่ยากอย่างที่คิด  ประสบการณ์ดีดีจากนัก (อยาก) เขียน ช่วงนี้อาจารย์กาญจนา มาถ่ายทอดประสบการณ์การเขียนได้อย่างมีรสชาติ สนุกสนาน และจุดประกายให้ผู้เข้าอบรมได้เห็นว่า แม้เราจะไม่ได้เกิดมามีพรสวรรค์อย่างนักเขียนอาชีพ ที่มองเห็นอะไรก็ร่ายยาวออกมาเป็นบทกวี  แต่เราก็เป็นนัก (อยาก) เขียนที่มีพรแสวงในการฝึกเขียนงานได้ไม่แพ้กัน  

กิจกรรมที่4  ข้อเสนอแนะต่องานเขียนเรื่องเล่า   เป็นอีกช่วงหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมโดยเฉพาะผู้ที่ส่งงานเขียนเข้ามาก่อน   หลายเรื่องมีความน่าสนใจ อ่านสนุก และใช้สำนวนภาษาได้ดี ทีเดียว  ที่สำคัญทำให้เราได้เข้าใจการทำงานของชาวเภสัชมากขึ้น จริงๆ แล้ว หมอยาเหล่านี้ไม่ได้นั่งอยู่หลังเคาร์เตอร์จ่ายยาเท่านั้น  หากยังทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในเรื่องการใช้ยา การจัดยาให้เหมาะสมกับวีถีของผู้ป่วย  หลายคนลงชุมชนเพื่อไปเรียนรู้วิถีชีวิตของผู้ป่วย   เรื่องราวต่างๆ ที่ผู้เข้าร่วมอบรมหยิบยกขึ้นมาเขียน จึงมีทั้งเรื่องราวชีวิตผู้ป่วย  ปมในใจที่มีผลต่อการกินยา  ประสบการณ์การทำงาน   และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยจากการทำงาน 

                พักยกอาหารกลางวัน ก่อนกลับมาเริ่มกิจกรรมช่วงบ่าย   เตรียมความพร้อมของร่างกายด้วยกิจกรรม บอดี้ สแกน (Body scan)  คล้ายกับการทำกิจกรรม ผ่อนพักตระหนักรู้ที่คุ้นเคย    เมื่อเราผ่อนคลายจิตใจและร่างกาย ความโปร่งเบาสบายก็จะเกิดขึ้นโดยฉับพลัน   จากนั้นคณะทำงานเปิด MV เพลง พ.ศ. 2553 ของน้าหงา คาราวาน  ที่เนื้อหาว่าด้วยเหตุการณ์ทางการเมืองที่เพิ่งผ่านไปสดสดร้อนๆ  จากนั้นให้ผู้เข้าร่วมอบรมเขียนบรรยายความรู้สึกที่ได้เห็นและฟังลงในกระดาษ เป็นการเขียนโดยอิสระ ไม่มีกรอบใดใดทั้งสิ้น    หลายคนรู้สึกปลดปล่อย  ไม่เกร็ง เขียนได้เรื่อยๆ  และเขียนร่ายยาวได้หลายหน้าทีเดียว  กิจกรรมนี้แสดงให้เห็นว่าการเขียนเป็นวิธีการหนึ่งของการระบาย หรือเยียวยาความรู้สึกที่มีอยู่ภายในใจ 

                กิจกรรมสุดท้าย  ฝึกเขียน  เรียนรู้  ล้อมวงแลกเปลี่ยน   เป็นการชักชวนคนที่ยังไม่เคยเขียนเรื่องเล่ามาลองฝึกเขียน  ให้เวลาเขียนงาน 45 นาที   สำหรับคนที่เขียนมาแล้ว เมื่อได้รับข้อคิดเห็นจากวิทยากรก็สามารถนำกลับไปปรับงานเขียนของตัวเองได้อีก   เรียกได้ว่าเป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่ทำให้ได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกันได้อย่างสนุกสนาน   แต่ก็มีเสียงสะท้อนว่า น่าจะเพิ่มวันในการจัด จะได้มีเวลาเขียนและแลกเปลี่ยนกันได้ลึกซึ้งมากขึ้น   

                ทิ้งท้ายก่อนปิดการอบรม  เราบอกผู้เข้าร่วมว่า “การมาฝึกอบรมการเขียนเรื่องเล่า ไม่ว่าท่านจะตระเวนไปอบรมอีกสักสิบสำนัก ถ้าไม่ได้กลับมาเขียน ก็ไม่มีทางที่จะประสบความสำเร็จ” ของแบบนี้เมื่อใจสั่งมาว่าอยากเขียน ก็อย่าลืมลงมือทำทันที  แล้วราจะรู้ว่าท่วงทำนองของการเขียน ขึ้นอยู่กับอารมณ์ ความรู้สึก  ...งานเขียนที่ต่างอารมณ์ ต่างสถานที่  ต่างเวลา ย่อมมีเสน่ห์ที่แตกต่างกัน  แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ ความภาคภูมิใจของคน (อยาก) เขียน ที่ได้ผลิตงานของตัวเองออกมา .....

 

“เพียงขอให้มีเวลาอยู่กับตัวเองสักนิด ได้มีเวลาครุ่นคิด สำรวจความคิดตัวเอง เชื่อว่าทุกคนสามารถเขียนเรื่องที่กลั่นออกมาจากใจได้สนุกไม่แพ้กันทุกคน”

 

 


ดาวน์โหลดไฟล์ที่เกี่ยวข้อง : Ppt0000001.ppt