สื่องานวิจัยเพื่อท้องถิ่น หนังสือ จดหมายข่าวงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น สื่อ Multimedia Gallery รบบรวมรูปภาพ Gallery รบบรวมรูปภาพ
 
     

 
 
 

ปีที่ 14 ฉบับที่ 6
พ.ย - ธ.ค 2556


เวทีฟอรั่ม การอ่านยโสธร
เวทีเปลี่ยนความคิด สร้างอิสระแห่งการเรียนรู้ : สตูล
บทเรียนความสำเร็จ : กลไกเครือข่ายยุติธรรมชุมชนสู่สังคมเป็นสุข
 
ห้องสมุดงานวิจัย สกว.
ฐานข้อมูลนักวิชาการประเทศไทย
 
ท่องเที่ยววิถีไทย
ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นนครศรีธรรมราช
ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นนราธิวาส
การท่องเที่ยวโดยชุมชน
งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคอีสาน
ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจ.สมุทรสงคราม
 
 




 

 
 
คำยืนยันจากคนบ้าน “สามขา”
 

“เงิน” ไม่ใช่ทางออกของการ “ปลดหนี้” คำยืนยันจากคนบ้าน “สามขา”


ปัญหา “หนี้สิน” ของพี่น้องเกษตรกร ประชาชนคนรา กหญ้า เป็นปัญหาสำคัญที่รัฐบาลทุกรัฐบาลพยายามหาทางแก้ไขม าโดยตลอด วิธีการแก้ปัญหาส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่การ  ;ส่งเสริมอาชีพ การรวมกลุ่มอาชีพ รวมทั้งการจัดตั้งเ ป็นกองทุนหมุนเวียน เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม มี แหล่งกู้เงินเพื่อนำไปการลงทุน แต่ดูเหมือนว่าปัญหาดังกล่ าวยังไม่สามารถคลี่คลายได้ 

บ้านสามขา ตำบลหัวเสือ อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง  เป็นอีกชุมชนหนึ่งซึ่งสมาชิกส่วนใหญ่ประสบปัญหารายได้&nb sp;ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ต้องกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินทุนทั ้งใน และนอกระบบ และไม่สามารถชำระหนี้ให้หมดไปได้&nb sp;ตรงกันข้ามนับวันจำนวนตัวเลขหนี้ของแต่ละครัวเรือนกลับเพิ่ม ขึ้นเรื่อยๆ  ขณะที่ชาวบ้านต้องเดือดร้อนกับภาระในกา รชดใช้หนี้นั้น พวกเขาไม่ได้นิ่งนอนใจ คณะกรรมการหมู ่บ้าน  พยายามหาแนวทางแก้ไขอย่างต่อเนื่อง ไม่ว ่าจะเป็นการจัดตั้งกลุ่มอาชีพต่างๆ ทั้งที่เป็นการตอบสนอง นโยบายของหน่วยงานรัฐ และกลุ่มองค์กรชุมชนที่ตั้งขึ้นเอง& nbsp;มีจำนวนถึง 39 กลุ่ม โดยหวังว่า การจ ัดตั้งกลุ่ม นอกจากจะช่วยพัฒนาทักษะด้านอาชีพ ทำให้ช าวบ้านมีอาชีพเสริม มีรายได้เพิ่มแล้ว เงินกองทุนหมุ นเวียนของแต่ละกลุ่มจะเป็นที่พึ่งให้สมาชิกได้กู้ยามจำเป็นอีกด ้วย 

“เงินกองทุนของแต่ละกลุ่มที่มีให้สมาชิกกู้ บางกลุ่มมีจำน วนหลายแสนบาท  แต่บางกลุ่ม อาจจะมีเพียงไม่กี่ห มื่นบาท แต่รวมกันทั้งหมดแล้วจะมีประมาณ 1 ล้าน กว่าบาท ยังไม่นับรวมเงินกองทุนของกลุ่มออมทรัพย์ติ๊บปาละ สามขา ซึ่งมีอีกประมาณ 2 ล้านกว่าบาท และเ งินกองทุนหมู่บ้านอีก 1 ล้านบาท แต่มีเงินให้กู ้ คนก็กู้กันมาก ซึ่งทางกลุ่มไม่ได้กำหนดว่าต้องกู้ไ ปทำอะไร บ้างกู้ไปลงทุนทำเกษตร บ้างกู้ไปซื้อของใช้ใ นบ้าน ทีวี รถมอเตอร์ไซด์” นายบุญธรรม เฉล ิมสุข ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสามขา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแห ล่งทุนในหมู่บ้าน 

“ทุนไม่ใช่ทางออกของการแก้ไขปัญหาหนี้ของชาวบ้าน” นายชาญ& nbsp;อุทธิยะ ทีมวิจัยชุมชนบ้านสามขา ซึ่งเป็นหนึ่งใ นคณะกรรมการหมู่บ้าน และเป็นผู้ที่พยายามจะหาทาง “ปล ดหนี้” หรือ “ลดหนี้” ของสมาชิกในชุมชนมากว่า&n bsp;5 ปี แสดงความคิดเห็นอย่างหนักแน่น พร้อมทั ้งแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมต่อไปว่า 
 
“ในการทำวิจัย เพื่อการแก้ปัญหาหนี้สินของชุมชน ซึ่ง ได้ดำเนินการมา 2 ปี กว่า ข้อมูลจากการสำร วจหนี้ของชุมชนทั้งหมดมีสูงถึง 18 ล้านบาท เป็น หนี้ ธกส. ประมาณ 10 ล้านบาท ที่เหลื อเป็นหนี้กองทุนต่างๆ ในชุมชน และหนี้นอกระบบ ช าวบ้านตกใจว่า ทำไมคนบ้านเราเป็นหนี้มากขนาดนี้ และเ มื่อชาวบ้านจัดทำบัญชีรับจ่ายครัวเรือน และนำมาวิเคราะห์& nbsp;ทำให้ชาวบ้านเห็นรอยรั่วในการใช้จ่ายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งสาเ หตุหนึ่งของการเป็นหนี้ ไม่ว่าจะเป็น ค่าใช้จ่ายในกา รซื้อหวย ค่าเหล้า บุหรี่ ค่าภาษีสังคม ค่ าใช้จ่ายเกี่ยวกับอาหาร การบริโภค ซึ่งจะเห็นได้ว่า& nbsp;รายจ่ายบางอย่างชาวบ้านสามารถลดได้ บางอย่างแก้ไขได้ โดยการทำเพิ่ม โดยเฉพาะเรื่องอาหาร ถามว่าชาวบ้านสาม ขาขณะนี้รู้หรือยังว่า ที่ตัวเองต้องเป็นหนี้เพราะอะไร&nb sp;80% รู้แล้ว แต่ที่รู้และนำไปปฏิบัติแก้ไขอย่างจร ิงจังมีเพียง 20-25% เท่านั้น เพราะบางเรื่องเร าปฏิบัติกันมานาน จนเป็นความเคยชิน พอชินแล้วเลิกยาก ” 

นายทอน ยะโส ชาวบ้านสามขา ซึ่งสามารถส่งลูก&nbs p;3 คน เรียนถึงระดับปริญญาตรี และปริญญาโทได้โ ดยไม่มีหนี้สิน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า คนบ้านสามขานั ้น โดยภาพรวมมีสภาพเศรษฐกิจค่อนข้างดี เพราะในด้านอา หาร ยังมีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งอาหาร ทำการเ กษตรได้ผลดี เพราะน้ำอุดมสมบูรณ์ และยังมีรายได้เสริ มจากการเลี้ยงวัว เลี้ยงหมู หรืองานอาชีพเช่น ก ารแกะสลักไม้เป็นรูปสัตว์ต่างๆ แต่ว่า ที่เป็นหนี้เพ ราะชาวบ้านไม่เคยประเมินความสมดุลย์ของรายรับ และรายจ่าย& nbsp;รวมทั้งไม่ได้วางแผนการใช้เงิน สำหรับตัวเองนั้น&nbs p;จะอยู่อย่างประหยัด เน้นการพึ่งพาตนเอง ในสวนจะปลู กทุกอย่างที่กิน และเลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ ซื้อเฉ พาะที่จำเป็นเทานั้น และจะวางแผนการใช้เงินในแต่ละปีว่าต้ องใช้อะไร จำนวนเท่าไหร่  และวางแผนในการหารายไ ด้ ดังนั้นคิดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ชาวบ้านลดหน ี้ หรือปลดหนี้ได้ ต้องเริ่มจากการรู้ตัวเอง แล ะรู้จักคิด และวางแผนการใช้จ่ายให้เหมาะสม หากมีค่าใ ช้จ่ายมาก ก็ต้องขยันทำงานให้มากขึ้น

ทางด้านนายบุญหลง ปิงไผ ชาวบ้านสามขา ซึ่งประสบ ความสำเร็จในการลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน และลดหนี้สินของค รอบครัวลงได้ เล่าประสบการณ์ให้ฟังว่า เดิมครอบครัวข องเขาประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย ทั้งๆ ที ่ครอบครัวใช้จ่ายค่อนข้างประหยัด ต่อมาเมื่อทำบัญชีครัวเร ือนจึงรู้ว่า ค่าขนมของลูกค่อนข้างสูง จึงคุยกับลูกเ พื่อลดค่าใช้จ่ายลง และเห็นว่า มีค่าอาหารบางส่วนที่ ต้องจ่ายเพิ่มเนื่องจากตัวเองไม่ทานผัก 3-4 ชนิด&nbs p;ต่อมาจึงไม่เลือกทานอีก ถึงแม้ไม่อร่อยก็ต้องทาน ท ำให้ลดค่าใช้จ่ายลงได้ ทำให้บัญชีไม่ติดลบ และนำเงิน ส่วนที่เหลือไปฝากออมทรัพย์ทำให้มีเงินออมเพิ่มขึ้น 

นางมานี จันทร์จอม ทีมวิจัยชุมชนบ้านสามขา กล่า วว่า แนวทางการหนุนเสริมของหน่วยงานรัฐบางอย่างไม่สอดคล้อ งกับสภาพความเป็นจริงของชาวบ้าน โดยเฉพาะการส่งเสริมด้านอ าชีพ ซึ่งมักต้องใช้เวลาในการอบรมเพื่อให้มีทักษะในอาชีพน ั้นๆ เป็นเวลานาน ในขณะที่ชาวบ้านมีภาระค่าใช้จ่ายเก ิดขึ้นทุกวัน จึงไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ หรือพั ฒนาฝีมือให้ดีได้ เพราะในระหว่างที่ยังไม่มีความชำนาญ&nbs p;หมายถึงชาวบ้านยังไม่สามารถสร้างรายได้จากอาชีพดังกล่าว  ;หรือประสบการณ์รวมกลุ่มอาชีพของชาวบ้าน ที่ทดลองทำในช่วง กิจกรรมวิจัย หลายกิจกรรมล้มเหลว เพราะเช่นกิจกรรมทำ ขนม สมาชิกไม่มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมทำกิจกรรมอย่างต่อเ นื่อง  หรือทำแชมพู แต่คนในชุมชนไม่ใช้ หร ือ การทำเขียงหมูขาย ก็ไม่สามารถแข่งกับเขียงหมูได้เ พราะต้นทุนเขียงหมูต่ำกว่า เป็นต้น จากประสบการณ์เหล ่านี้ ต่อไปในอนาคตหากมีหน่วยงานเข้ามาส่งเสริมให้ทำกิจกร รมใดๆ ชาวบ้านตั้งคำถามก่อนว่า สามารถปฏิบัติได้มากน ้อยเพียงใด?  

จ่าสิบเอกชัย วงศ์ตระกูล กล่าวว่า การแก้ปัญหาห นี้สินของชุมชน จะเป็นไปได้จริงต้องเริ่มจากวิธีคิด  โดยชาวบ้านต้องตระหนักและเริ่มจัดการแก้ไขตัวเองก่อน และท างองค์กรชุมชนก็จะช่วยอีกทางหนึ่ง ที่ผ่านมาบ้านสามขา&nbs p;เคยช่วยปลดหนี้ ธกส.ให้กับสมาชิกมาแล้ว โดยการถ่าย โอนหนี้จาก ธกส. มาไว้ที่กลุ่มออมทรัยพ์ และให้ ชาวบ้านผ่อนส่งระยะยาว 72 เดือน หรือ 6&nb sp;ปี โดยให้จัดส่งหนี้เป็นรายได้ ซึ่งอยู่ในวิสัยที ่ชาวบ้านสามารถทำได้ ซึ่งแนวทางการลดหนี้ของชุมชนยังมีแนว ทางทำได้หลายแนวทาง เช่น อาจจะมีการลดดอกเบี้ยกลุ่มอ อมทรัพย์ลง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับชาวบ้านมากขึ้น  หรือ มีการตั้งกฎเกณฑ์สำหรับผู้กู้ว่าต้องกู้เพื่อการลงทุ นเท่านั้น ซึ่งกรณีเช่นนี้ ชุมชนได้ดำเนินการแล้วในก ารกำหนดเงื่อนไขการกู้เงิน จากกองทุนหมู่บ้าน 

“ผมคิดว่า ไม่มีรัฐบาล หรือ นักวิชาการคนไหน&nb sp;จะมาปลดเปลื้องหนี้ให้ชาวบ้านได้ทั้งหมด ถ้าตัวของเขาย ังมองไม่เห็นปัญหาที่ตัวเองประสบอยู่ บางทีคนที่อยู่กับปั ญหาเขาไม่คิดว่าเป็นปัญหา เช่น หวย พยายามชี้ให ้เห็นว่า ปีหนึ่งๆ คนบ้านสามขาซื้อหวยไปประมาณ  320,000 บาท แต่ถูกเพียง 170,000 บาท  ;ทีมวิจัย เห็นว่า ถ้ายังมอมเมาอยู่กับสิ่งที่เป็นอบ ายมุขอย่างนี้ โอกาสลดหนี้ คงยาก แต่คนที่เขาซื ้อเขาบอกว่า นี่คือความหวังสุดท้ายองเขา เขาคิดว่า&n bsp;ถ้าวันไหนถูกขึ้นมาจะได้ปลดหนี้เสียทีอย่างนี้เป็นต้น  ; เกษตรกรบางเป็นหนี้มาชั่วชีวิตไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองเป็ นหนี้เพราะอะไร เพราะทำไปตามความเคยชิน ไม่ได้คิดว่า ที่ทำอยู่คุ้มหรือเปล่า ดังนั้นหากจะแก้ไขต้องพัฒนาคนรากห ญ้าในเรื่องของการเรียนรู้ การคิด และวิเคราะห์  ;จะเห็นได้ว่าสิ่งที่คนบ้านสามขาชาวบ้านขาดไม่ใช่ทุน หากแ ต่เป็นเพราะการขาดการจัดการที่ดี” นายชาญกล่าวย้ำ 

ข้อสรุปของชุมชนบ้านสามขาแม้ว่าอาจจะไม่ใช่ข้อสรุปใหม่ แต ่ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจ เพาะหากแต่เป็นข้อสรุปจากประสบก ารณ์ของชาวบ้านผู้ซึ่งเผชิญอยู่กับปัญหา…จึงเป็นเสียงสะท้อนที่ ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ควรฟังแล้วปล่อยให้ผ่านไป…