สื่องานวิจัยเพื่อท้องถิ่น หนังสือ จดหมายข่าวงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น สื่อ Multimedia Gallery รบบรวมรูปภาพ Gallery รบบรวมรูปภาพ
 
     

 
 
 

ปีที่ 15 ฉบับที่ 6
พ.ย - ธ.ค 2557


เวทีฟอรั่ม การอ่านยโสธร
เวทีเปลี่ยนความคิด สร้างอิสระแห่งการเรียนรู้ : สตูล
บทเรียนความสำเร็จ : กลไกเครือข่ายยุติธรรมชุมชนสู่สังคมเป็นสุข
 
ห้องสมุดงานวิจัย สกว.
ฐานข้อมูลนักวิชาการประเทศไทย
 
ท่องเที่ยววิถีไทย
ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นนครศรีธรรมราช
ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นนราธิวาส
การท่องเที่ยวโดยชุมชน
งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคอีสาน
ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจ.สมุทรสงคราม
 
 




 

 
รหัสโครงการที่เกี่ยวข้อง : RDG51S0036
อาจารย์และคณะนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ศึกษาดูงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง

อาจารย์และคณะนักศึกษา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

วิทยาเขตหาดใหญ่ ศึกษาดูงานศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน

จังหวัดตรัง (RDG51S0036)

การใช้ประโยชน์เชิงวิชาการ ด้านการศึกษา

 

การดำเนินงานวิจัยภายใต้โครงการกระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างความเข้มแข็งศูนย์ยุติธรรมชุมชนตำบลสุโสะ  อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการจัดการปัญหาความขัดแย้งในชุมชนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันและศึกษาเปรียบเทียบคดีในพื้นที่ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อสร้างการเรียนรู้ให้กับชุมชน ผู้ที่เกี่ยวข้อง  และหน่วยงานของรัฐ  และเพื่อให้เกิดกลไกการบริหารจัดการศูนย์ยุติธรรมชุมชนที่เหมาะสมและยั่งยืน   โดยมีนายวิศาล สารบรรณ์ กำนันตำบลสุโสะเป็นหัวหน้าโครงการ ร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. เป็นทีมวิจัยร่วมกันทำกิจกรรมทั้งการเก็บบันทึกข้อมูลการจัดการปัญหาความขัดแย้งในชุมชนแล้วนำมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุ การจัดการ และผล  วิเคราะห์เรื่องที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเปรียบเทียบระบบและผลของการจัดการ นำความรู้ที่ได้ไปสร้างการเรียนรู้กับชุมชน ผู้ที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานของรัฐโดยจัดเป็นเวทีนำเสนอระดับหมู่บ้าน เวทีนำเสนอระดับจังหวัด เวทีถอดบทเรียนเครือข่ายยุติธรรมชุมชนตรัง และเวทีสาธารณะอื่นๆ  การทำกิจกรรมทำให้เกิดผลในหลายระดับทั้งระดับบุคคลที่ทำให้เกิดการพัฒนาทักษะทางด้านการเขียน การวิเคราะห์  รวมทั้งยกระดับประสิทธิภาพการทำงานประสานความร่วมมือกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เพื่อไกล่เกลี่ยปัญหาความขัดแย้งระดับบุคคล-ผู้ประกอบการธุรกิจระดับประเทศ ในระดับทีมกรรมการก็ทำให้มีการพัฒนาการทำงานเป็นทีม  ระดับชุมชนพบว่าคนในชุมชนเริ่มตระหนักถึงผลดีของการจัดการปัญหาด้วยคนในชุมชนเองและผลเสียซึ่งเกิดจากการเป็นคดีความในชั้นศาล อีกทั้งระดับหน่วยงานก็เริ่มรู้จักศูนย์ยุติธรรมชุมชนมากขึ้น  

จากการที่เครือข่ายยุติธรรมชุมชนจังหวัดตรัง รวมถึงเครือข่ายยุติธรรมชุมชนของตำบลสุโสะได้นำเสนอผลการดำเนินงานวิจัยในเวทีสาธารณะหลายครั้ง เกี่ยวกับการสร้างกลไกกรรมการศูนย์ยุติธรรมชุมชนด้วยกระบวนการเรียนรู้ข้อมูลการจัดการปัญหาในชุมชน  จนกระทั่งมีการติดต่อจากอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ประสานการเข้ามาศึกษาดูงานยุติธรรมชุมชนจังหวัดตรัง โดยขอเลือกพื้นที่ตำบลสุโสะ อำเภอปะเหลียน เนื่องจากเคยมาร่วมในครั้งที่เปิดศูนย์ฯ เมื่อปี 2551 และเป็นพื้นที่ใกล้บ้านเกิดของท่านอาจารย์ด้วย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2554 อาจารย์มงคล มาลยารม รองคณะบดีฝ่ายวิชาการ/อาจารย์ประจำ พร้อมด้วยคณะนักศึกษาชั้นปีที่ 4 จำนวน 26 คนก็เดินทางลงพื้นที่ตำบลสุโสะ

 

ทางกรรมการศูนย์ของตำบลสุโสะจึงได้นำเสนอถึงที่มาของศูนย์ พร้อมทั้งกระบวนการทำงาน แนวคิด และความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้จากการทำโครงการวิจัยโดยสรุปว่า ศูนย์ยุติธรรมชุมชนเกิดจากเมื่อกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้อบรมอาสาสมัครตั้งแต่ปี 2548 รวมถึงมีหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเช่นพัฒนาชุมชนได้จัดอบรมให้ด้วย แต่ก็ไม่ได้มีการทำงานที่ก้าวหน้าไปนัก จากการทำงานครั้งนั้นเองจนกระทั่งปี 2551 ทาง ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นที่ปรึกษาอยู่ด้วยร่วมมือกับกรมคุ้มครองสิทธิฯ ร่วมกันสนับสนุนให้กรรมการศูนย์ได้ทำโครงการวิจัยเพื่อท้องถิ่น  ด้วยการศึกษาข้อมูลการจัดการปัญหาความขัดแย้งของชุมชนจึงทำให้กรรมการศูนย์รู้ว่ากระบวนการของชุมชนนั้นเป็นระบบที่เข้าใจชุมชนจริง และทำกันด้วยความจริงใจ ใส่จริง หวังดีต่อกัน  สัมผัสได้ถึงความรู้สึก จิตวิญญาณ และความมีคุณค่า  ส่วนระบบของศาลนั้นทำให้ชุมชนต้องสูญเสียมากมายทั้งเงินทอง เวลา และมิตรภาพ จึงเห็นว่าแนวทางการจัดการปัญหาของชุมชนนั้นเป็นระบบการจัดการปัญหาทุกๆ อย่างได้

สำหรับอาจารย์มงคลได้กล่าวไว้อย่างน่าสนใจว่า การเรียนการสอนของคณะนิติศาสตร์นั้นเป็นการผลิตผู้ที่จะไปเป็นทนายความ อัยการ และผู้พิพากษา แต่การที่จะจบไปสู่วิชาชีพเหล่านั้น นักศึกษาควรได้ทำกิจกรรมส่งเสริมหลักสูตร ได้สัมผัสกับสังคม ชุมชน ได้รู้วิถีชีวิตที่แท้จริงของสังคม เพราะเมื่อมีคดีที่เกิดในสังคมจะได้เอาวิชากฎหมายมาบูรณาการกับสังคมได้  เข้าใจสังคมอย่างแท้จริง โดยทางคณะไม่เน้นแต่การเรียนกฎหมายเพียงอย่างเดียว แต่นักกฎหมายที่สมบูรณ์แบบนั้นเขาจะต้องลดความขัดแย้งได้ด้วย และคาดหวังว่าจะได้มาเรียนรู้ร่วมกันอีกต่อไปในวันข้างหน้า

การรับนักศึกษามาดูงานครั้งนี้ทำให้อาจารย์และนักศึกษาในคณะวิชาที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการผลิตบุคคลากรเพื่อออกไปทำงานดูแลความเป็นธรรมให้กับประชาชนของประเทศไทยได้เกิดความตระหนักต่อคุณค่าวิถีความเป็นชุมชน นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา เป็นการใช้ประโยชน์จากการทำงานในเชิงขยายผลทางด้านการศึกษาต่อไป  


สุทิน สีสุข
ผู้เขียน

ข้อมูลโครงการ : ท่านสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่นี่
 
วันที่บันทึก : 2/26/2015