สื่องานวิจัยเพื่อท้องถิ่น หนังสือ จดหมายข่าวงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น สื่อ Multimedia Gallery รบบรวมรูปภาพ Gallery รบบรวมรูปภาพ
 
     

 
 
 

ปีที่ 15 ฉบับที่ 6
พ.ย - ธ.ค 2557


เวทีฟอรั่ม การอ่านยโสธร
เวทีเปลี่ยนความคิด สร้างอิสระแห่งการเรียนรู้ : สตูล
บทเรียนความสำเร็จ : กลไกเครือข่ายยุติธรรมชุมชนสู่สังคมเป็นสุข
 
ห้องสมุดงานวิจัย สกว.
ฐานข้อมูลนักวิชาการประเทศไทย
 
ท่องเที่ยววิถีไทย
ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นนครศรีธรรมราช
ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นนราธิวาส
การท่องเที่ยวโดยชุมชน
งานวิจัยเพื่อท้องถิ่นภาคอีสาน
ศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจ.สมุทรสงคราม
 
 




 

 


 
ข้อค้นพบพลังแห่งความสุข ในงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นบ้านบางกล้วยนอก
วันที่ประกาศ 2 ส.ค. 2554 , เปิดอ่า่น 5963 ครั้ง
 

              สิ่งที่ผู้เขียนที่ได้ค้นพบ จากกระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น คือกระบวนการสร้างการศึกษาเรียนรู้ โดยการปฏิบัติจริง ซึ่งสามารถนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของ  คน  ได้อย่างดีเยี่ยม  ตัวผู้เขียนเอง ได้ค้นพบตัวตนของตัวเอง ค้นพบศักยภาพที่มีอยู่ของตัวเอง ในงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ที่จากเดิมเป็นคนที่พูดไม่เก่ง นำเสนอไม่เป็น ไม่กล้าที่จะนำเสนอ ไม่มีความมั่นใจในตนเอง ใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น ไม่ชอบเขียน แต่เมื่อเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น  ได้มีการปฏิบัติจริงและเกิดการศึกษาเรียนรู้การนำเสนอข้อมูล   การจัดกระบวนการเวที   การจดบันทึกข้อมูล และการพิมพ์รายงาน  สิ่งเหล่านี้ล้วนได้จากงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น   ทำให้เกิดการพัฒนาศักยภาพของตนเองเพิ่มขึ้น   กล้านำเสนอ   กล้าพูด   จัดความคิดได้เป็นระบบมากขึ้น  มีความมั่นใจ  ไม่ประหม่า  และได้นำเทคนิคและประสบการณ์จากการพูดการนำเสนอข้อมูลการดำเนินงานสาธารณสุขมูลฐาน ด้านสุขภาพจิตในชุมชน จนได้รับรางวัล เป็นอาสาสมัครสาธารณสุข ( อ ส ม. )  ดีเด่นระดับหมู่บ้าน / ระดับอำเภอ / ระดับจังหวัด ประจำปี  ๒๕๕๔  และได้รับความไว้วางใจให้ เป็นวิทยากรดำเนินเวทีในช่วงวงเสวนาหลายๆ เวที  เช่น เวทีสานสัมพันธ์คนเลนอก  

 

                     ด้านการใช้คอมพิวเตอร์  เดิมใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น แค่เปิดปิดก็ยังทำไม่ได้ แต่เมื่อได้ทำงานวิจัยต้องมีการพิมพ์รายงาน ก็ได้มีการฝึกพิมพ์โดยมีพี่เลี้ยง  น้องสามี่ย๊ะ  สาลี (ซามี่ ) เป็นคนฝึกสอนให้ทดลองพิมพ์ ตอนแรกเปิดปิดได้แล้ว พิมพ์ได้เล็กน้อย แต่กว่าจะพิมพ์ได้สักหนึ่งหน้าต้องใช้เวลา ถึง ๒ วัน ผู้เขียนคิดว่าเป็นเรื่องที่ยากมาก สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานในด้านนี้เลย อย่างผู้เขียน เรียนจบแค่ ป.๖ ไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ เพราะฐานะครอบครัวยากจนไม่สามารถจะส่งให้เรียนหนังสือให้สูงได้  ตอนแรกก็ท้อไม่อยากทำ กลัวทำไม่ได้ แต่ความคิดเหล่านั้นก็หายไป เพราะมีพี่เลี้ยงคอยให้กำลังใจ เห็นถึงความพยายามความตั้งใจของน้อง มีความอดทนฝึกสอนให้ เพื่อที่จะให้เราทำได้  “ จ๊ะสาวทดลองทำน่ะ ตรงไหนไม่เข้าใจทำไม่ได้ก็ถามได้ทุกเวลา  ซามี่เชื่อว่าจ๊ะสาวทำได้”สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดกำลังใจ เพิ่มพลังความฮึดที่จะสู้ต่อไป  คิดว่าไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้และยากเกินความพยายามที่จะเรียนรู้ค่อยเป็นค่อยไปแล้ว ก็คงจะเกิดการพัฒนานำไปสู่ความสำเร็จได้ จน ณ ปัจจุบันสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้คล่องขึ้น พิมพ์ได้เร็วขึ้น ใช้โปรแกรมได้หลายโปรแกรม เช่น โปรแกรมเพาวเวอร์พ้อยท์ จัดทำพาวเวอร์พ้อยท์เพื่อนำเสนอข้อมูลด้วยตัวเองโดยไม่ต้องเรียนในห้องเรียนหรือสถานศึกษาต่างๆ ที่เคยใฝ่ฝันมาตลอดเวลา  เคยมีความคิดน้อยใจลึกๆ ที่ไม่ได้เรียนหนังสือสูงๆ เหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ เขาแต่ ณ วันนี้จากที่ได้เข้าสู่กระบวนการงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นสอนให้ตัวผู้เขียนได้เรียนรู้ต่างๆ มากมาย จนสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างสบาย จนทำให้ความคิดเปลี่ยนไป ไม่เสียใจที่แล้วที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ขอบคุณพี่เลี้ยง ผู้ประสานงาน สกว.ที่เปิดโอกาสให้ตัวผู้เขียน ได้ศึกษาเรียนรู้หลายๆ ด้าน จนเกิดพัฒนาศักยภาพเพิ่มขึ้น เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่คุ้มค่า จนได้พบกับ ความสุขที่ได้เกิดจากพลังความศรัทธาแห่งการเรียนรู้ ในงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น  การทำงานด้วยจิตวิญญาณ เปิดใจกว้างขึ้น ยอมรับกับสิ่งใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น ในทางที่สร้างสรรค์ ส่งผลให้เกิดการเห็นถึงพลังที่ทรงคุณค่าอย่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนักจาก กระบวนการเรียนรู้งานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ทำให้เห็นคุณค่า ของตัวเอง ครอบครัว ชุมชน ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม  กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง ชอบที่เข้าไปมีส่วนร่วมในกลุ่มทุกๆ กลุ่มในงานสาธารณะ  ก็พบกับความสุขที่ได้จากเพื่อนร่วมงาน   เห็นทีมวิจัย เกิดการเรียนรู้การอยู่ร่วมกัน การทำงานเป็นทีม มีความเข้าใจกันในการทำงานมากขึ้น รู้จักการปรับตัวให้เข้ากันได้  ยอมรับข้อจำกัดขีดความสามารถของแต่ละคนที่ไม่เท่ากัน เกิดความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น มีความช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ เกื้อกูลกัน มีการดำเนินงานร่วมกัน ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมกันแก้ไขปัญหา และร่วมกันรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งด้านบวกหรือด้านลบ ซึ่งมีเป้าหมายเดียวกัน  เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชน จึงทำให้การทำงานที่เต็มไปด้วยความสุข  ความสุขที่ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ สู่คนรุ่นใหม่ การแสดงละคร ที่ถ่ายทอดกระบวนการดำเนินงานวิจัยที่ผ่านมาของทีมวิจัย  ในเวทีนำเสนอผลงานวิจัยทรัพยากร ๓ วงล้อบ้านบางกล้วยนอกที่ผ่านมาในเวทีปิดโครงการ วันที่  ๒๗    ตุลาคม  ๒๕๕๓เป็นการแสดงถึงกระบวนการเก็บข้อมูลในชุมชน การลงพื้นที่  การประชุมทีม การวิเคราะห์ข้อมูล โดยผ่านสื่อการแสดงของเด็กเยาวชนที่เป็นลูกหลานของทีมวิจัย เพื่อการเปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการปลูกฝังจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการสร้างกระบวนการเรียนรู้ในการจัดกระบวนการทำงานของผู้ใหญ่ในชุมชน ซึ่งผ่านตัวละครแต่ละตัว เป็นตัวแทนทีมวิจัย  ซึ่งบทละครเรื่องนี้ น้องชาปี่น๊ะ วันตา เป็นผู้เขียนบทจาก ข้อมูลการทำงานของทีมวิจัยได้อย่างเป็นจริงมาก และละครเรื่องนี้ทำให้ทีมวิจัยเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในช่วงที่มีการดำเนินงานร่วมกัน และรู้สึกว่ามีความภาคภูมิใจมากกับสิ่งที่ทางทีมวิจัยได้ทำมาไม่ได้สูญเปล่า แต่กลับมาสร้างการเรียนรู้ให้กับ เด็ก เยาวชน ชุมชนเป็นการปลูกฝังการสร้างกระบวนการทำงานของผู้ใหญ่ทุกท่านที่เปิดพื้นที่และเปิดให้เด็กเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม เพื่อนเครือข่ายงานวิจัยได้สัมผัสกับกระบวนการทำงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น ที่มีทั้งความสุข ความทุกข์ที่เป็นปัญหาอุปสรรค แต่สิ่งเหล่านั้นก็ผ่านไปได้ด้วยดีจากกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น พี่เลี้ยง ทีมวิจัย ผู้นำชุมชน เป็นต้น

 

ความสุขที่ได้จากคนในชุมชน

                 กระบวนการเรียนรู้ของงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น   ทำให้คนในชุมชนตื่นตัวเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมกันมากขึ้นและมีความเข้าใจในเรื่องของงานวิจัย ทำให้ชุมชนมีการตอบรับเป็นอย่างดีในด้านของการให้ข้อมูลจากการที่ได้ไปสัมภาษณ์หรือเก็บข้อมูลหรือการเข้าร่วมกิจกรรมเวทีจนเกินเป้าหมายที่วางไว้  และเห็นความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติที่มีการเชื่อมโยงกันทั้งระบบ และมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมกิจกรรมการให้ข้อมูล    ซึ่งเห็นได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมการจัดการทรัพยากรธรรมชาติเกินเป้าหมาย  เช่น   กิจกรรมปลูกไม้เสริมในป่าชายเลนและกิจกรรมปลูกไม้เสริมในป่าต้นน้ำ   เป็นต้น การร่วมกันตั้งคำถาม ตั้งโจทย์วิจัย  การวางแผน   เพื่อค้นหาคำตอบที่เป็นระบบมากขึ้น และการเรียนรู้จากการทำงานวิจัยที่เป็นเชิงปฏิบัติการจริง ในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน  ซึ่งเป็นการศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศทั้งระบบ ๓ ฐานหรือ ๓ วงล้อ ที่ความเชื่อมโยงและสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนในชุมชนโดยแท้จริง โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้  นำไปสู่การแก้ไขปัญหาของชุมชนโดยชุมชน สู่การพัฒนาชุมชนอย่างเป็นระบบขึ้น  ซึ่งอยู่บนพื้นฐานการใช้ข้อมูล ในการตัดสินใจก่อนการดำเนินงานต่างๆในชุมชนอย่างตรงจุดและมีความแม่นยำ (เกาถูกที่คัน)จึงนำมาสู่ความสุขอย่างแท้จริงและยั่งยืน

 

 ฝ้าลี่ห๊ะ  ผดุงชาติ (จ๊ะสาว)

โครงการกระบวนการเรียนรู้การจัดการทรัพยากรธรรมชาติบนฐานทรัพยากร

๓ วงล้อ ชุมชนบ้านบางกล้วยนอก  หมูที่ ๓ บ้านบางกล้วยนอก อำเภอสุขสำราญ จังหวัดระนอง